วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560

วงจรอุบาทว์การเมืองไทย


จากการวิเคราะห์เนื้อหาของวีดีโอข้างต้น...
       เราจะเห็นได้ว่าหลังจากประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ในปี พุทธศักราช 2475 ช่วงแรก ๆ จะมีการช่วงชิงอำนาจระหว่างชนชั้นนำทางการเมือง ทำให้เกิดการยึดอำนาจนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญอยู่บ่อยครั้ง
       และเมื่อเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ที่มีประชาชน นักศึกษา ออกมาชุมนุมโค่นล้มอำนาจเผด็จการทหาร นำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2517 กล่าวกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเนื้อหาทันสมัยและเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด แต่ก็ถูกฉีกอีกครั้งหลังการทำรัฐประหารเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519
      ในปีพุทธศักราช 2531 การเมืองไทยเข้าสู่ยุคใหม่ ยุคที่นักการเมืองจากการเลือกตั้งเข้ามามีบทบาท แต่แล้วเมื่อมีนักการเมืองปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นก็ตามมา จนนำไปสู่การทำรัฐประหารอีกครั้ง เมื่อวันที่  23 กุมภาพันธ์ 2534 นำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเปิดทางให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรี
      หลังเกิดเหตุการพฤษภาทมิฬ ในปี 2535 ประเทศไทยก็เข้าสู่ยุคที่นักการเมืองเข้ามามีบทบาทอย่างเต็มตัว และมีการปฏิรูปการเมืองจนเป็นที่มาของ รัฐธรรมนูญปี 2540 (เป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่ามมากที่สุด) แต่แล้วระบบการเมืองตามกติกาใหม่ของรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดเผด็จการรัฐสภาและมีการทุจริตคอรัปชั่น แต่แล้วก็มีการทำรัฐประหารในปี 2549 อีกเช่นเคย และทำให้เกิดการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 จัดการเลือกตั้งใหม่สู่การเมืองของนักการเมืองอีกครั้งและแล้วก็เกิดปัญหาเดิม ๆ อีกเช่นเคยจนนำไปสู่ การควบคุมอำนาจของคณะรักษาความสงบเเห่งชาติอีกครั้ง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 กลายเป็นวงจรอุบาทว์การเมืองไทย
       แต่ที่น่าจับตามองคือการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยคณะร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ของประเทศ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะพาประเทศไทยหลุดพ้น จากวงจรอุบาทว์ทางการเมืองนี้ได้หรือไม่ !!!
• ข้อดีของวิดีโอนี้
  - เนื้อหากระทัดรัด เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน
  - มีภาพประกอบที่สร้างสรรค์และสอดแทรกเหตุการณ์จริง
  - เสียงชัดเจน
• อ้างอิงคลิปจาก = https://youtu.be/SDI4VvMDXVs


• จัดทำโดย •
นาย อชิระ ชูคต เลขที่ 46 ห้อง 591
สาขา รัฐประศาสนศาสตร์
คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2560

วงจรอุบาท !!!



วิเคราะห์วิดีโอ : จากวิดีโอข้างต้น เนื้อหากะทัดรัด เข้าใจง่าย เนื้อหาตรงไปตรงมา ทำให้เรียนรู้ได้เร็ว

     ตั้งแต่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมา 83 ปี ประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญไปถึง 20 ฉบับ !!!
วงจรอุบาทเป็นคำศัพท์ทางการเมืองการปกครองของประเทศไทยเพื่อแสดงถึงวงจรการเลือกตั้งที่เกิดจาการซื้อเสียง คือ ถ้ารัฐบาลได้ที่รับเลือกตั้งเป็นผลมาจากการซื้อเสียง เมื่อรัฐบาลนั้นปกครองประเทศก็มีแนวโน้มที่จะโกงกินและคอร์รัปชั่น เพื่อให้เกิดประโยชน์ส่วนตัว จนกระทั่งหมดสมัย เมื่อมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ก็มีแนวโน้มที่รัฐบาลเดิมจะได้รับเลือกตั้งเนื่องด้วยการซื้อเสียง ด้วยเงินที่ได้จากการโกงกินขณะเป็นรัฐบาล ทำให้พรรคการเมืองอื่นๆ ไม่สามารถเข้าไปเป็นรัฐบาลได้ และจะเป็นเช่นนี้เรื่อยๆ 
ประเทศไทยวนเวียนอยู่ในวงจรนี้ มาตั้งแต่การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองจนมาถึงปัจจุบัน เพราะกฎหมายมีช่องโว่เยอะ ทำให้นักการเมืองทุจิตกอบโกยผลประโยชน์ได้ง่าย และถ้าหากยังไม่มีการแก้กฎหมาย กฎหมายยังมีช่องโว่อยู่ไม่นาน เราอาจจะได้เห็นการรัฐประหารอีกครั้งก็ได้







   จัดทำโดย
นายอชิระ ชูคต



วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560

คิด อ่าน เขียน

กฏหมายเบื้องต้น

สวัสดีครับ

ผมชื่อ นาย อชิระ ชูคต ชื่อเล่น โก้ปอนเมืองดาบ
เกิดวันที่ 7 เดือน กุมภาพันธ์ 2539  อายุ21 ปี
เรียนอยู่สาขา รัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

คำว่า "โมฆียะ" มีความหมายแตกต่างกับ "โมฆะ" (Void)

โมฆียกรรม หมายถึง นิติกรรมสัญญาที่ตกเป็นโมฆียะ กล่าวคือ เป็นนิติกรรมสัญญาที่ทำขึ้นโดยมี ข้อบกพร่องบางประการ นิติกรรมสัญญาที่ตกเป็นโมฆียะจะยังคงมีผลใช้บังคับกันได้ตลอดมา จนกว่าจะมี การแสดงเจตนาบอกล้างโมฆียกรรมนั้น จึงจะทำให้โมฆียกรรมนั้นตกเป็น โมฆะ เสียเปล่า ใช้บังคับกัน ไม่ได้อีกต่อไป
แต่ถ้าไม่มีการบอกล้างโมฆียกรรมภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ หรือได้มีการให้สัตยาบันแก่ โมฆียกรรมนั้น ก็จะทำให้โมฆียกรรมนั้นใช้บังคับกันได้โดยสมบูรณ์ ไม่สามารถบอกล้างกันได้อีกต่อไป
ดังนั้น คำว่า "โมฆียะ" จึงไม่ได้หมายถึงการเสียเปล่า ใช้บังคับกันไม่ได้ แต่หมายถึงเป็นนิติกรรมสัญญาที่ยังคงใช้บังคับกันได้อยู่ จนกว่าจะมีการบอกล้างโดยชอบกฎหมาย
มีกรณีใดบ้าง ที่ทำให้นิติกรรมสัญญาที่บุคคลได้ทำกันขึ้นมาแล้วตกเป็นโมฆียะ
1. บุคคลผู้แสดงเจตนาทำนิติกรรมสัญญา ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นผู้เยาว์ เป็นคนไร้ความสามารถหรือเป็นคน เสมือนไร้ความสามารถตามกฎหมาย (มาตรา 153)
2. นิติกรรมสัญญาที่ได้ทำขึ้นด้วยความสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สิน (มาตรา 157) โดยผู้แสดงเจตนามิได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (มาตรา 158)
3. นิติกรรมสัญญาที่ได้ทำขึ้นเนื่องจากถูกทำกลฉ้อฉล (มาตรา 159)
4. นิติกรรมสัญญาที่ทำขึ้นเนื่องจากถูกข่มขู่ (มาตรา 164)
นอกจากนี้ยังมีกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้นิติกรรมสัญญาที่บุคคลได้ทำกันขึ้นมาต้องตกเป็น โมฆียะในกรณีอื่นๆ อีก เช่น
การสมรสที่ได้กระทำไปโดยคู่สมรสฝ่ายหนึ่งสำคัญผิดตัวคู่สมรส (มาตรา 1505)
ท่านผู้อ่านได้อ่านมาถึงกรณีนี้แล้วอาจมีข้อฉงนว่า กรณีตามมาตรา 1505 นี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร จะสมรสกับคน ๆ หนึ่ง แต่กลับไปสมรสกับอีกคนหนึ่งด้วยความสำคัญผิด
กรณีดังกล่าวนี้ ถ้าเกิดขึ้น น่าจะเป็นกรณีของฝาแฝด หรือญาติพี่น้องที่มีหน้าคล้ายคลึงกันมาก กรณีนี้ แม้กฎหมายจะบัญญัติให้การสำคัญผิดในตัวคู่สมรส เป็นโมฆียะ แต่หนุ่มคนใดที่ใจถึงต้องการบอกล้างโมฆียะละก็ เจอลูกปืนแน่… แกล้งโง่….นี่นา…!