วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560

คิด อ่าน เขียน

กฏหมายเบื้องต้น

สวัสดีครับ

ผมชื่อ นาย อชิระ ชูคต ชื่อเล่น โก้ปอนเมืองดาบ
เกิดวันที่ 7 เดือน กุมภาพันธ์ 2539  อายุ21 ปี
เรียนอยู่สาขา รัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

คำว่า "โมฆียะ" มีความหมายแตกต่างกับ "โมฆะ" (Void)

โมฆียกรรม หมายถึง นิติกรรมสัญญาที่ตกเป็นโมฆียะ กล่าวคือ เป็นนิติกรรมสัญญาที่ทำขึ้นโดยมี ข้อบกพร่องบางประการ นิติกรรมสัญญาที่ตกเป็นโมฆียะจะยังคงมีผลใช้บังคับกันได้ตลอดมา จนกว่าจะมี การแสดงเจตนาบอกล้างโมฆียกรรมนั้น จึงจะทำให้โมฆียกรรมนั้นตกเป็น โมฆะ เสียเปล่า ใช้บังคับกัน ไม่ได้อีกต่อไป
แต่ถ้าไม่มีการบอกล้างโมฆียกรรมภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ หรือได้มีการให้สัตยาบันแก่ โมฆียกรรมนั้น ก็จะทำให้โมฆียกรรมนั้นใช้บังคับกันได้โดยสมบูรณ์ ไม่สามารถบอกล้างกันได้อีกต่อไป
ดังนั้น คำว่า "โมฆียะ" จึงไม่ได้หมายถึงการเสียเปล่า ใช้บังคับกันไม่ได้ แต่หมายถึงเป็นนิติกรรมสัญญาที่ยังคงใช้บังคับกันได้อยู่ จนกว่าจะมีการบอกล้างโดยชอบกฎหมาย
มีกรณีใดบ้าง ที่ทำให้นิติกรรมสัญญาที่บุคคลได้ทำกันขึ้นมาแล้วตกเป็นโมฆียะ
1. บุคคลผู้แสดงเจตนาทำนิติกรรมสัญญา ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นผู้เยาว์ เป็นคนไร้ความสามารถหรือเป็นคน เสมือนไร้ความสามารถตามกฎหมาย (มาตรา 153)
2. นิติกรรมสัญญาที่ได้ทำขึ้นด้วยความสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สิน (มาตรา 157) โดยผู้แสดงเจตนามิได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (มาตรา 158)
3. นิติกรรมสัญญาที่ได้ทำขึ้นเนื่องจากถูกทำกลฉ้อฉล (มาตรา 159)
4. นิติกรรมสัญญาที่ทำขึ้นเนื่องจากถูกข่มขู่ (มาตรา 164)
นอกจากนี้ยังมีกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้นิติกรรมสัญญาที่บุคคลได้ทำกันขึ้นมาต้องตกเป็น โมฆียะในกรณีอื่นๆ อีก เช่น
การสมรสที่ได้กระทำไปโดยคู่สมรสฝ่ายหนึ่งสำคัญผิดตัวคู่สมรส (มาตรา 1505)
ท่านผู้อ่านได้อ่านมาถึงกรณีนี้แล้วอาจมีข้อฉงนว่า กรณีตามมาตรา 1505 นี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร จะสมรสกับคน ๆ หนึ่ง แต่กลับไปสมรสกับอีกคนหนึ่งด้วยความสำคัญผิด
กรณีดังกล่าวนี้ ถ้าเกิดขึ้น น่าจะเป็นกรณีของฝาแฝด หรือญาติพี่น้องที่มีหน้าคล้ายคลึงกันมาก กรณีนี้ แม้กฎหมายจะบัญญัติให้การสำคัญผิดในตัวคู่สมรส เป็นโมฆียะ แต่หนุ่มคนใดที่ใจถึงต้องการบอกล้างโมฆียะละก็ เจอลูกปืนแน่… แกล้งโง่….นี่นา…!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น